ปรัชญาในการออกแบบของเราคือ ‘less is more’ แต่ด้วยปรัชญานี้ก็ทำให้การออกแบบของเราต้องเปลี่ยนไปนับครั้งไม่ถ้วน ถึงแม้ว่า top frame ของคีย์บอร์ด Air75 จะยังคงการออกแบบที่มินิมอลเอาไว้ (ยกเว้นรุ่นสี Basalt Black) bottom frame ได้ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ต้น แต่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยกระบวนการ laser texturing ที่ดีขึ้น ทำให้ชิ้นส่วน bottom case นั้นทั้งมีความโปร่งแสง และมีผิวสัมผัสที่เรียบเนียนขึ้น ทำให้คุณสามารถมองเห็นโครงสร้างภายในของบอร์ด Air75 ได้ และมีความเข้ากันกับรูปลักษณ์โดยรวมของบอร์ดมากขึ้นจากภายในสู่ภายนอก: การออกแบบและลงสีของชิ้นส่วนต่างๆ ตั้งแต่แบตเตอรี่ไปจนถึง PCB นั้นถูกออกแบบมาให้เข้ากันกับสีของตัวเครื่อง นอกเหนือไปจากนี้ ดีไซน์ริ้วด้านล่างเคสยังทำให้ตัวเครื่องดูมีดีไซน์มากขึ้น ประกอบกับ light bar ที่ถูกเคลือบโดยชั้นโลหะบางๆ เพื่อความคงทนและความสวยงามอยู่ที่โต๊ะหรือที่ไหนก็ได้: จะลงห้วยขึ้นเขา หรือนั่งอยู่หน้าโต๊ะ ขาตั้ง V3 เมื่อรวมกับความคล่องตัวพกพาง่ายของ NuPhy Air75 ทำให้ผู้ใช้มีอิสระในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบใด
จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ความเพรียวบางและสุดยอดแห่งสมรรถภาพของการใช้งานแบบไร้สายจะอยู่รวมกันได้ ตามธรรมเนียมแล้วคำตอบคือไม่ แต่การท้าทายธรรมเนียมเก่าๆ คืองานของเรา โดยความท้าทายถัดไปหลังจากการรองรับการใช้งานไร้สายผ่าน 4 อุปกรณ์พร้อมกัน เราได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดด้วยการรองรับความถี่ในการส่งข้อมูลที่ 1000Hz ผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยคลื่น 2.4Ghz นอกเหนือไปจากนี้ชิปไร้สายที่ทันสมัยและและความใส่ใจในรายละเอียดของเราช่วยให้เราพัฒนาอย่างก้าวกระโดดได้ด้วยการพัฒนาการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ 1000Hz เพื่อให้เราสร้างคีย์บอร์ดที่เหมาะสำหรับการเล่นเกมผ่านการเชื่อมต่อแบบ 2.4Ghz ไร้สายได้ และด้วยพัฒนาการในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ความจุแบตเตอรี่ของเราก็ได้มีการพัฒนาขึ้นเช่นกัน ด้วยแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับ Air75 รุ่นแรก ทำให้ประสบการณ์การใช้งานแบบไร้สายดีขึ้นจนแทบแยกไม่ออกกับการใช้งานผ่านสายเคเบิ้ลเลย
การส่งข้อมูลที่ความที่ 1000Hz อาจจะเป็นเรื่องที่ตื่นตาตื่นใจ แต่ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลของตัวคีย์บอร์ดเองก็มีความสำคัญ เราไม่พึงพอใจกับชิปที่ใช้งานได้เพียงอย่างเดียว เราจึงเลือกใช้ชิปจาก Nordic SoC รุ่น NRF52810 และชิปประมวลผล STM32F072 เพื่อให้เราแน่ใจว่าบอร์ดของเราจะมีความล่าช้าในการส่งข้อมูลน้อย และประสิทธิภาพที่สูงที่สุด
เราได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของ Air75 รุ่นใหม่เทียบกับรุ่นก่อนหน้า และคีย์บอร์ดที่ใช้งาน QMK ตัวอื่นๆ เมื่อเราเห็นผลการทดสอบแล้วเราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะลบล้างความเชื่อว่าคีย์บอร์ด low profile นั้นไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกมหรือการใช้งานที่ต้องการความหน่วงต่ำ
ถึงแม้ว่าเราจะมีความภูมิใจในการพัฒนาไอเดียให้กับผลิตภัณฑ์ของเรา ในแง่ของ firmware คงจะเป็นข้อยกเว้นเดียวสำหรับเรา เริ่มจากคีย์บอร์ด Air75 V2 คีย์บอร์ดซีรี่ส์ Air รุ่นถัดๆ ไปจะมาพร้อมกับชุดซอฟต์แวร์ QMK/VIA เพราะเราเชื่อว่าฮาร์ดแวร์ของเราจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดกับ firmware นี้ ด้วยฟีทเจอร์อย่างการตั้งค่าปุ่ม แสงไฟ และอื่นๆ ที่ VIA สามารถใช้งานกับคีย์บอร์ดของเราได้ ทำให้ความสนุกเป็นไปได้อย่างไม่รู้จบmacOS, Windows, Linux… อะไรก็ได้: VIA รองรับการใช้งานและตั้งค่าคีย์บอร์ดได้กับทุกระบบปฎิบัติการที่รองรับการใช้งาน Browser ทำให้คุณสามารถตั้งค่าคีย์บอร์ดของคุณได้อย่างใจนึกสวิตช์จริงสำหรับคีย์บอร์ดเสมือน: ด้วยสวิตช์ที่ใช้สลับโหมดการใช้งานทั้งบน Windows และ macOS ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของคีย์บอร์ดของเราตั้งแต่คีย์บอร์ด Air75 รุ่นแรก ได้รับการปรับปรุงให้สามารถใช้งานกับชุดซอฟต์แวร์ VIA ได้ ทำให้คีย์บอร์ดของเราสามารถปรับแต่งได้มากกว่าเดิมโดยไม่ละทิ้งความสะดวกสบายในการใช้งาน
สวิตช์จริงสำหรับคีย์บอร์ดเสมือน: ด้วยสวิตช์ที่ใช้สลับโหมดการใช้งานทั้งบน Windows และ macOS ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของคีย์บอร์ดของเราตั้งแต่คีย์บอร์ด Air75 รุ่นแรก ได้รับการปรับปรุงให้สามารถใช้งานกับชุดซอฟต์แวร์ VIA ได้ ทำให้คีย์บอร์ดของเราสามารถปรับแต่งได้มากกว่าเดิมโดยไม่ละทิ้งความสะดวกสบายในการใช้งานระบบภายในเราได้พัฒนาให้ฮาร์ดแวร์ของเรารองรับและสามารถทำงานร่วมกับระบบปฎิบัติการต่างๆ และชุดซอฟต์แวร์ QMK ได้เป็นอย่างดี โดยปุ่มลัดสำหรับ Spotlight, Dictation, และ Launchpad ที่มาพร้อมกับ macOS รุ่นล่าสุด นอกเหนือไปจากนี้ คีย์แคปเสริมสำหรับปุ่ม function row ที่เปิดตัวในรุ่น Air96 นั้นก็มีในบอร์ดนี้เช่นกัน ในอนาคตเราจะยังพัฒนาและเพิ่มการรองรับปุ่มลัดต่างๆ และฮาร์ดแวร์เสริมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานให้กับผู้ใช้ของเราคู่หูของโน๊ตบุคที่ดีที่สุด: ด้วยการออกแบบเคสล่างใหม่ ทำให้บอร์ดรุ่น Air75 รุ่นใหม่สามารถวางลงไปบนคีย์บอร์ดของ macbook และโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ได้อย่างพอดี
ชุดสวิตช์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของพืชพรรณของเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีหลังการเปิดตัวพร้อมกับบอร์ดรุ่น Air96 ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาสูตรลับสำหรับสวิตช์ที่มาพร้อมกับระยะการกดที่มากขึ้น การขึ้นรูปชิ้นส่วนที่แม่นยำ และการลงน้ำยาหล่อลื่นจากโรงงาน เพื่อให้คุณมีตัวเลือกสำหรับสวิตช์มากขึ้น ด้วยการนำคุณลักษณะที่ยอดนิยมมาจากสวิตช์ Baby Kangaroo ของเรามาใส่ในสวิตช์รุ่น Moss สำหรับผู้ใช้ที่ชอบการพิมพ์ที่ให้สัมผัสอย่างชัดเจน ด้วยสปริงขนาดยาว 16.5mm และ tactile bump ขนาดยาว 0.6mm คุณจะสัมผัสการตอบสนองที่ได้จากการกดใช้งานสวิตช์อย่างชัดเจน นอกเหนือไปจากนี้ สวิตช์ Daisy ยังได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมในชื่อ Cowberry ซึ่งได้ย่นระยะการกดก่อนสวิตช์จะทำงานลงมาอยู่ที่ 1.1mm เพื่อให้สวิตช์สามารถตอบสนองต่อการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมอย่างต่อเนื่องหรือการใช้งานอื่นๆ ที่ต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว
คีย์บอร์ดของ NuPhy ยังสนับสนุนการใช้งานอุปกรณ์เสริมมากมายและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดย NuFolio ซองคีย์บอร์ดที่ขึ้นชื่อของเราได้รับแม่เหล็กที่แรงสูงขึ้นและองศาการตั้งเอียงที่ดีขึ้น และนอกจากนี้เรายังมีสมาชิกใหม่คือ NuPack ซึ่งเป็นซองคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการพกพา โดยคุณสามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบซองคีย์บอร์ด หรือแบบกระเป๋าหิ้วด้วยเชือกสะพายที่เข้ากันกับสีของตัวซอง และตัวซองยังมีคุณสมบัติกันน้ำและมาพร้อมกับซิปจาก YKK ทำให้คุณสามารถพกพาอุปกรณ์อื่นๆ นอกเหนือไปจากคีย์บอร์ดได้ด้วย และสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุด ที่รองข้อมือ Mono Wrist Rest มาพร้อมกับตัวเลือกลายไม้ hardwood, walnut, และ black-dyed oak ที่ดูหรูหรา
Featured Product | No |
---|---|
แบรนด์ | NuPhy |
Features | คีย์บอร์ดไร้สายแบบแมคคานิคอล ดีไซน์มินิมอล รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Bluetooth 5.1, 2.4GHz และ USB-C แบตเตอรี่ความจุ 4000 mAh ใช้งานได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ใช้งานได้กับทั้งระบบ Mac และ Windows ส่งข้อมูล 1000Hz อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนแปลงได้ทั้ง layout และ layer สัมผัสการตอบสนองที่ได้จากการกดใช้งานสวิตช์อย่างชัดเจน รวดเร็ว แสงสีที่ลื่นไหลทั้งด้านหน้า และ หลัง |
Technical Specifications | ข้อมูลทางเทคนิค ประเภทสวิตช์ : Gateron Low-profile Mechanical (KS-33) เค้าโครง : ANSI 75% จำนวนคีย์ : 84 การสนับสนุนแบบ Hot-swappable : ใช่ รองรับการโรลโอเวอร์แบบ N-key : ใช่ แบ็คไลท์ : RGB-LED โหมดแบ็คไลท์ : 40 ระบบที่รองรับ : macOS, Windows, Linux, Android, iOS มุม : 3.5°/ 6.5° / 8.5° สภาพแวดล้อมการทำงาน : -10 ถึง 50℃ การเชื่อมต่อ โหมด : 2.4GHz, Bluetooth 5.1 หรือ แบบมีสาย (USB-C) อัตราการโพล 2.4GHz : 1000Hz อัตราการโพลบลูทูธ 5.1 : 125Hz อัตราการโพลแบบมีสาย : 1000Hz พลังงาน และ แบตเตอรี่ ความจุแบตเตอรี่ : 4000 mAh เวลาทำงาน (เปิดไฟทั้งหมด) : 35 - 57 ชั่วโมง (ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ) เวลาทำงาน (ปิดไฟทั้งหมด) : สูงสุด 220 ชั่วโมง (ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ) วัสดุ กรอบ : อะลูมิเนียม ตัวพิมพ์ด้านล่าง : ABS ปุ่มกด : Double-shot PBT ขนาด 316.4 x 132.5 x 13.5 มม. (12.5 x 5.2 x 0.59 นิ้ว) น้ำหนัก 598 กรัม (1.31 ปอนด์) |
Compatibility | macOS, Windows, Linux, Android, iOS |
ภายในกล่อง | Air 75 V2 Wireless Mechanical Keyboard x 1 USB-C to USB-A Cable (1.5 m) x 1 2.4G Receiver x 1 Extra Keycaps x 7 Extra Switches x 4 Keycap/Switch Puller x 1 Sticker Set x 1 Quick Guide x 1 |
การรับประกัน | รับประกันสินค้า 1 ปี |
Login and Registration Form